ผลงาน

img

Good Medicine in Bad Places

Good Medicine in Bad Places ดูจะเป็นคำกล่าวที่สะท้อนความเป็นแพทย์ทหาร ที่ต้องมีความพร้อมต่อการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ในทุกสถานการณ์ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการเกิดภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หน่วยสายแพทย์กองทัพบก จึงมีแนวทางการจัดตั้งชุดแพทย์เฉพาะกิจในลักษณะต่างๆ เพื่อให้มีกำลังพล สิ่งอุปกรณ์ ที่เหมาะสม และสามารถให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหนึ่งในชุดแพทย์เฉพาะกิจที่มีความสำคัญ และถูกใช้ในภารกิจต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ก็คือ ชุดแพทย์เฉพาะเหตุทางทหาร หรือ M-MERT (Military Medical Emergency Response Team)

จากอดีตที่กองทัพบก โดยกรมแพทย์ทหารบก ได้รับมอบภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม ทั้งการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บต่างๆ การส่งกลับทางการแพทย์ โดยชุดแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจดังกล่าวต้องสามารถดำรงชีพอยู่ได้ภายใต้สภาวะดังกล่าว โรงพยาบาลกองทัพบกหลายแห่ง ต่างมีแนวคิดในการจัดตั้งชุดเผชิญเหตุ ที่แตกต่างกันทั้งทรัพยากรที่ใช้ และแผนในการปฏิบัติ

สำหรับโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ได้พัฒนาชุดแพทย์เผชิญเหตุสุรสีห์ขึ้น ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 17 นายโดยมีแพทย์ 2 นาย พยาบาล 4 นาย เภสัชกร 1 นาย และเจ้าหน้าที่ระดับนายสิบเสนารักษ์อีก 10 นาย มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่กึ่งเสี่ยงภัย เพื่อสนับสนุนภารกิจที่มิใช่ทางทหารของกองทัพบกทั้งภายในและภายนอกประเทศได้ เช่น การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ การต่อต้านการก่อการร้าย การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการปฏิบัตการเพื่อสันติสุข และต่อมาได้พัฒนาชุด M-MERT เป็นชุด M-MERT Plus โดยใช้บุคลากร 26 นาย และมีขีดความสามารถเพิ่มเติมในการดูแลผู้ป่วยรับนอนในกรณีที่ รพ.ปลายทางยังไม่สามารถรับย้ายได้หรือเตียงเต็ม

ทั้งนี้ ในการปฏิบัติชุดแพทย์เผชิญเหตุสุรสีห์ จะสามารถจัดตั้งตำบลรวบรวมผู้ป่วยเจ็บขั้นต้น ภายในพื้นที่กึ่งเสี่ยงภัย ที่สามารถให้การรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอกประมาณ 80 ราย/วัน และสามารถรับผู้ป่วยเจ็บไว้สังเกตอาการได้ 24 ชม.ไม่เกิน 5 ราย สามาถคัดแยกผู้ป่วยเจ็บจำนวนมาก และจัดการรักษาพยาบาลฉุกเฉินให้กับผู้ป่วยเจ็บตามลำดับความรุนแรง รวมถึงจัดการรักษาพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตในขั้นต้น โดยสามารถแบ่งชุดเพื่อปฏิบัติงานได้ 2 ชุดในกรณีจำเป็น นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเพื่อส่งกลับผู้ป่วยทางอากาศด้วยอากาศยานปีกหมุนในกรณีจำเป็นและประการสำคัญ สามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยตนเอง และทำงานได้ในพื้นที่ภัยพิบัติอย่างน้อย 72 ชม.โดยไม่ต้องพึ่งทรัพยากรทั้งในพื้นที่ หรือจากภายนอก

ชุดแพทย์เผชิญเหตุสุรสีห์ ได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งในประเทศ อาทิ การเกิดอุทกภัยและเหตุการณ์ดินถล่มที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่มักส่งผลให้ประชากรในพื้นที่ประมาณ 40,000 กว่าคนได้รับผลกระทบและในบางหมู่บ้านขาดการติดต่ออย่างถาวร ชุดแพทย์เผชิญเหตุของสุรสีห์ก็จะทำหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่  ส่วนในระดับนานาชาติ เมื่อครั้งเกิดเหตุแผ่นดินไหว ที่ประเทศเนปาล เมื่อปี 2558 ชุดแพทย์เผชิญเหตุสุรสีห์ ได้เข้าไปร่วมปฏิบัติภารกิจรักษาพยาบาลผู้ป่วยชาวเนปาลประมาณ 2 สัปดาห์ จนต่อมา ได้กลายเป็นที่ศึกษาดูงานของหน่วยแทพย์หทารระดับอาเซียน เช่น พม่า ลาว ฟิลิปปินส์ และมีการฝึกร่วมกับทหารสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย 

ปัจจุบัน กรมแพทย์ทหารบก ได้นำรูปแบบของชุดแพทย์เผชิญเหตุสุรสีห์ มากำหนดมาตรฐานของชุดแพทย์เผชิญเหตุทางทหาร ของโรงพยาบาลกองทัพบกระดับ 150 เตียงขึ้นไป โดยรพ.ค่ายสุรสีห์ ได้มีส่วนร่วมในการฝึกอบรม และเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงพยาบาลกองทัพบกอื่นๆ การขยายผลดังกล่าว จะช่วยให้กองทัพบก และกรมแพทย์ทหารบก มีชุดแพทย์เผชิญเหตุที่มีขีดความสามารถ กระจายอยู่ทั่วประเทศ สามารถตอบสนองต่อการเกิดภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที และช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

อัลบั้มภาพ