สุขภาพ

img

ทานอะไร ได้ภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System)

ร่ายกายของมนุษย์มีระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด เป็นด่านป้องกันเชื้อโรคชั้นแรก ได้แก่ ผิวหนัง ซึ่งสามารถขับกรดบางชนิดออกมากับเหงื่อช่วยในการยับยั้งแบคทีเรีย นอกจากนี้ ยังมีน้ำมูก น้ำตา และน้ำลายก็มีฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคได้ ส่วนเยื่อบุหลอดลม จะมีเซลล์ที่มีขน คอยพัดโบกเชื้อโรคให้ออกไปจากหลอดลม หรือในระบบทางเดินอาหารก็มีกรดเเละเมือกคอยกำจัดเชื้อโรค  รวมทั้งการไอที่ช่วยขับไล่สิ่งแปลกปลอมที่เราสำลักเข้าไปในหลอดลมและปอด

แต่หากเชื้อโรคสามารถผ่านข้าสู่ร่างกายได้ทางใดทางหนึ่ง ร่างกายยังมีระบบภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะ ที่สามารถป้องกันการเกิดโรค ด้วยการสร้างแอนติบอดี้ (antibody) ขึ้นมาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมหรือแอนติเจน (antigen) โดยเซลล์ต่างๆ ของระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ให้ออกไปพ้นจากร่างกาย เซลล์เหล่านี้เจริญเติบโตมาจากสเต็มเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์ต้นตอในไขกระดูก ซึ่งจะเติบโตแปรสภาพ ไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ เมื่อเซลล์เหล่านี้โตเต็มที่แล้วจะออกมาสู่กระแสเลือด และล่องลอยอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ตามหน้าที่เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิด แต่ทั้งหมดจะทำงานสอดคล้องประสานกันเป็นระบบ

ระบบภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะนี้สามารถจำแนกตามชนิดของแหล่งที่มาได้ดังนี้

1) ภูมิคุ้มกันแบบสร้างเอง  ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ได้แก่การเกิดภูมิคุ้มกันภายหลังการติดเชื้อ เช่น โรคหัด อีสุกอีใส หรือเกิดขึ้นจากการสังเคราะห์โดยการให้วัคซีน

2) ภูมิคุ้มกันแบบรับมา จากการได้รับภูมิคุ้มกันโดยตรง โดยที่ร่างกายไม่ได้สร้างเอง ซึ่งมีทั้งรับมาโดยธรรมชาติ เช่น ทารกในครรภ์ได้รับภูมิคุ้มกันผ่านทางรก หรือ ถ่ายทอดผ่านทางนมน้ำเหลือง (colostrums) ในน้ำนมแม่ และแบบสังเคราะห์จากการได้รับแอนติบอดี เช่น ได้รับซีรั่ม หรือกลบูลิน เป็นต้น

ส่วนภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ herd immunity จะหมายถึงภาวะที่เมื่อในชุมชนมีประชากรที่ได้รับวัคซีนและเกิดภูมิคุ้มกันเป็นจำนวนมากพอแล้ว จะทำให้ไม่เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อ และไม่เกิดการแพร่กระจายโรคได้อีก โดยภูมิคุ้มกันหมู่จะเกิดได้ ก็ต่อเมื่อโรคนั้นเป็นโรคที่ติดต่อจากคนสู่คนเท่านั้น

การสร้างภูมิคุ้มกัน

การจะปลอดจากโรค จึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงจากความเสี่ยงต่างๆ เท่านั้น เพราะที่สำคัญเช่นกันคือการดูแลสุขภาพของตัวเอง และเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง และในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกเป็นจำนวนมาก จึงเกิดกระแสความสนใจในใจเรื่องการเสริมภูมิต้านทาน อย่างการเลือกทานอาหาร หรือหันมาออกกำลังกายมากขึ้น

การตรวจภูมิต้านทานของร่างกาย อาจทำโดยการตรวจระดับฮอร์โมน การตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุตรวจแบคทีเรียภายในลำไส้ ตรวจสารสื่อประสาท ซึ่งแพทย์จะนำผลการตรวจจะกำหนดแนวทางเสริมภูมิต้านทานตามความเหมาะสม อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปเราสามารถเสริมภูมิต้านทานของตนเอง ด้วยด้วยการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม โดยมีคำแนะนำดังนี้

การทานอาหาร ควรเลือกอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น เลือกทานผักอย่างบร็อกโคลี่ ผักคะน้า ผักปวยเล้ง รวมถึงผลไม้อย่างส้ม ฝรั่ง อาหารที่มีสังกะสี เช่น ถั่ว ธัญพืช เนื้อสัตว์ และอาหารกลุ่มที่มีพรีไบโอติกส์ เช่น เห็ด หัวหอม กระเทียม กล้วย ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และโพรไบโอติกส์ ซึ่งพบได้ใน นมเปรี้ยว กิมจิ นัตโตะ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังควรให้ร่างกายได้รับแสงแดดที่มีวิตามินดีอย่างเหมาะสม นอนหลับที่ดีอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

อัลบั้มภาพ