สุขภาพ

img

ทุเรียน สตอรี่

ทุเรียนได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ (King of Fruit) เป็นผลไม้ยอดนิยมของชาวเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี แม้จะมีราคาสูงก็ตาม

ทุเรียนมีประโยชน์ในทุกส่วน ตั้งแต่เปลือกจนถึงเมล็ดโดยเนื้อทุเรียนให้พลังงานสูงมาก (ประมาณ 150 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัมของน้ำหนักสด) และมีสาระสำคัญทางโภชนาการ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใยอาหาร โปรตีน ไขมัน เบต้าแคโรทีน วิตามินอีและซี รวมทั้งแร่ธาตุอย่างโปแตสเซียม และกำมะถันที่ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ เมล็ดทุเรียน ยังประกอบด้วย น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว กรดไขมัน และกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่การทานเมล็ดทุเรียนควรทำให้สุกเสียก่อน

จากสารอาหารข้างต้น ทำให้ทุเรียนมีประโยชน์หลายประการ อาทิ ความร้อนจากกำมะถันในทุเรียนจะทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญ ดังนั้นหากทานทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสม ครั้งละไม่เกิน 1 - 2 พู ทุเรียนจะช่วยเร่งการเผาผลาญภายในร่างกาย นอกจากนี้กากใยอาหารในทุเรียนยังดีต่อระบบการขับถ่ายในร่างกาย เสมือนยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เป็นต้น

มีความเข้าใจที่ว่าทุเรียนมีคอเลสเตอรอลสูง แต่จริงๆแล้ว ทุเรียนมีคอเลสเตอรอลเป็นศูนย์ โดยคอเลสเตอรอลนั้นจะพบในอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อสัตว์ ไขมันจากสัตว์ เครื่องใน อาหารทะเล และอาหารที่ทำจากนม แต่ไขมันที่พบในทุเรียนส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว จึงน่าจะมีส่วนช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และปรับสมดุลระดับความดันโลหิต แต่ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

เช่นเดียวกับ การอ้างถึงสรรรพคุณอื่นๆ ของทุเรียน เช่นการมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หรือต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง รักษาภาวะมีบุตรยาก รักษาสิว ดีซ่าน หรืออาการตาเหลืองตัวเหลืองนั้น ยังไม่มีผลการศึกษาใดๆที่ยืนยันสรรพคุณดังกล่าวได้ จึงไม่ควรทานทุเรียนเพื่อการรักษาโรค

ทั้งนี้ ข้อควรระวังและคำแนะนำในการทานทุเรียน ที่เป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการบริโภค และไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ทุเรียนไม่ควรรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดสารพิษสะสมในร่างกายมากขึ้น จนเกิดอาการหน้าแดง ชาตามร่างกาย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียนได้

สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับข้อห้ามของการทานทุเรียน เช่น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานทุเรียนขณะตั้งครรภ์ เพราะทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย ไม่ดีต่อมารดาและเด็กในท้อง หรือเชื่อว่าทุเรียนจะส่งผลให้แม่มีความดันโลหิตสูงจนกระทบต่อทารกในครรภ์ แม้ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันเกี่ยวกับความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์กับการทานทุเรียนแต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ได้ห้ามทานทุเรียนขณะตั้งครรภ์แต่อย่างใด

ส่วนความเชื่อเรื่องการทานทุเรียนร่วมกับมังคุด เพื่อลดความร้อนนั้น ตามองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแนะนำว่า หากทานทุเรียนแล้ว ให้ทานมังคุดตาม เนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อนทำให้ร่างกายร้อนขึ้น และมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ (Queen of Fruits) มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย การทานคู่กันช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ จึงอาจเป็นเหตุผลเนื่องจากผลไม้ทั้ง 2 ชนิด มีช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่ตรงกันด้วย ทำให้มักได้ทานไปพร้อมๆกัน จนกลายเป็นความเชื่อดังกล่าว

อัลบั้มภาพ