คำแนะนำ

img

ทำไมติดโควิด-19 จึงมีทั้งป่วยและไม่มีอาการ

ทำไมติดโควิด-19 จึงมีทั้งป่วยและไม่มีอาการ

ความน่าประหลาดใจของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างหนึ่งคือการส่งผลต่อคนทั่วไปที่แตกต่างกัน เพราะในขณะที่บางคนติดโควิด-19 โดยไม่มีอาการใดๆ  บางคนที่แม้จะมีสุขภาพแข็งแรงและอายุค่อนข้างน้อย กลับป่วยหนักหรือเสียชีวิต จากศึกษานักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปัจจัยที่สำคัญก็คือ อินเตอร์เฟอรอน โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ให้เห็นว่ามีคนมากถึง 14% ที่เป็นโควิด-19 ขั้นรุนแรง มีการตอบสนองต่ออินเตอร์เฟอรอนที่ไม่เพียงพอ ปรากฏการณ์นี้พบว่าอาจเกิดขึ้นเนื่องจากแอนติบอดีในร่างกายมีการทำงานผิดพลาด โดยกลับทำลายหรือยับยั้งอินเทอร์เฟียรอนจนไม่สามารถทำงานได้ อีกส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่ยับยั้งการผลิตอินเตอร์เฟียรอนบางประเภทจนไม่เพียงพอ

อินเตอร์เฟียรอนเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันภูมิคุ้มกันที่รวดเร็วและไม่เฉพาะเจาะจง และทำงานอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหลังจากรับเชื้อโดยทำลายผู้รุกรานเหล่านี้ ทั้งนี้ อินเตอร์เฟียรอนสามารถป้องกันร่างกายของเราจากการติดเชื้อได้หลายวิธี เช่น ส่งสัญญาณให้เซลล์ใกล้เคียงป้องกันตัวเองจากการบุกรุก ส่งสัญญาณให้เซลล์ที่ติดเชื้อตาย หรือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อแอนติบอดีที่เฉพาะเจาะจงในระยะยาว การตอบสนองต่ออินเตอร์เฟอรอนที่ไม่เพียงพอ จึงช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดบางคนโดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวที่แม้ไม่มีโรคประจำตัว แต่กลับป่วยหนักกว่าคนอื่น ๆ

ที่ผ่านมา มีการใช้อินเตอร์เฟอรอนเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องพ่นอินเตอร์เฟียรอนในบุคลากรทางการแพทย์ของจีน เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ดี การรักษาด้วยอินเตอร์เฟียรอนสำหรับโควิด-19 ยังมีความเสี่ยงและจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับขนาด เวลา และประเภทของอินเตอร์เฟียรอนให้ชัดเจนเสียก่อน

สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงของการเจ็บป่วยจากโควิด-19 แตกต่างกัน และเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันเช่นกันก็คือ หากระบบภูมิคุ้มกันไม่หยุดทำงานเมื่อไวรัสถูกควบคุมไว้แล้ว มันอาจทำงานมากเกินไปจนเข้าสู่โหมดโอเวอร์ไดรฟ์ ผลก็คือ การตอบสนองได้แก่การอักเสบที่รุนแรงและลามไปจนทำลายเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ที่เรียกกันว่าพายุไซโตไคน์ (cytokine storm)

พายุไซโตไคน์คือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มากเกินไป ผู้ที่ติดโควิด-19 พบว่าระบบภูมิคุ้มกันจะปล่อยสารส่งสัญญาณที่เรียกว่าไซโตไคน์เข้าสู่กระแสเลือด ตามสัดส่วนของความรุนแรงหรือระยะเวลาหลังจากเชื้อนั้นไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป

เมื่อเกิดพายุไซโตไคน์ ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีเนื้อเยื่อของร่างกายเอง จนอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างรุนแรง โดยกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองต่อการอักเสบที่เกินจริง ซึ่งอาจทำลายตับ หลอดเลือด ไต และปอด ตลอดจนเพิ่มการก่อตัวของลิ่มเลือดทั่วร่างกาย ในที่สุดพายุไซโตไคน์อาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าเองด้วยซ้ำ

การตรวจเลือดอย่างง่ายสามารถช่วยระบุได้ว่าผู้ที่ติดโควิด-19 อาจประสบกับภาวะพายุไซโตไคน์หรือไม่ แพทย์หลายคนในสหรัฐอเมริกา ได้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนักด้วยเดกซาเมธาโซน และคอร์ติโคสเตียรอยด์อื่น ๆ คอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นยาต้านการอักเสบที่มีศักยภาพ ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยสำหรับผู้ป่วยที่มีการตอบสนองต่อการอักเสบที่เกินจริงเมื่อมีการติดเชื้อไวรัส

อัลบั้มภาพ