คำแนะนำ

img

F A S T Stroke สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “อัมพฤกษ์ ” หรือ “ อัมพาต ” เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรคหลอดเลือดสมองแตก โดยทั้ง 2 ชนิดจะทำให้สมองส่วนที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือมีเลือดออก จนสูญเสียการทำงานในการควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างทันทีทันใด

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง

เมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองจะเกิดอาการต่างๆ ได้แก่ อาการอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ตามองไม่เห็นภาพซีกใดซีกหนึ่งหรือทั้งหมด หรือมองเห็นภาพซ้อน มีความผิดปกติของการใช้ภาษา เช่น พูดไม่คล่อง ใช้ภาษาผิดหรือไม่เข้าใจภาษา พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว กลืนลำบาก เวียนศีรษะ บ้านหมุน ปวดศีรษะรุนแรง ความจำเสื่อม หรือหลงลืมอย่างทันทีทันใด ซึม หมดสติ เป็นต้น

ทั้งนี้ มักนิยมสรุป อาการ และสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง ด้วยคำว่า F*A*S*T ซึ่งมีความหมายดังนี้

FACE : กล้ามเนื้อที่หน้าอ่อนแรง ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท น้ำลายไหล มุมปากตก ไม่สามารถยิงฟันหรือยิ้มได้

ARM : แขนหรือขาอ่อนแรง ซีกใดซีกหนึ่ง ยกไม่ขึ้น หรือยกขึ้นค้างได้ ไม่นานก็ตกลง

SPEAK : พูดลำบาก พูดจาติดๆ ขัดๆ พูดไม่ชัด นึกคำพูดไม่ออก

TIME : นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะการให้ยาสลายลิ่มเลือดต้องทำภายในเวลาไม่เกิน 4-5 ชั่วโมง

ภายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้หลายลักษณะ เช่น บางรายอาการดีขึ้นเองภายใน 24 ชั่วโมง บางรายอาการทรุดลงภายใน 1-3 วันแรก เนื่องจากหลอดเลือดสมองมีการอุดตันมากขึ้น บางรายอาจมีอาการมากที่สุดในช่วงแรกที่เริ่มเกิดอาการและคงที่ และบางรายเกิดปัญหาสมองบวมตามมา ซึ่งอาจทำให้อาการทรุดหนัก โดยทั่วไปมักเกิดภายใน 3-4 วันแรก หากพ้นจากระยะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงการฟื้นตัว ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายจะมีการฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน บางรายสามารถฟื้นได้เป็นปกติ บางรายอาจยังมีความพิการหลงเหลืออยู่

ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันไม่ได้ ได้แก่ อายุและเพศ การที่มีอายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆ รวมถึงหลอดเลือดย่อมเสื่อมตามสภาพร่างกาย และพบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าเพศหญิง ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ได้แก่ โรคอ้วนและขาดการออกกำลังกาย โรคประจำตัวที่ส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ  และไขมันในเลือดสูง  บุหรี่ สารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว  ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองทำได้โดย ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี วัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละครั้ง เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด เป็นระยะตามที่แพทย์แนะนำ ตรวจร่างกายว่ามีความผิดปกติของหัวใจหรือไม่ ถ้าผิดปกติต้องควบคุมและติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ควรเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากพบว่าการเลิกสูบบุหรี่สามารถลดโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ครึ่งหนึ่ง ลดน้ำหนักถ้ามีน้ำหนักเกินออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผ่อนคลายความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ ในรายที่มีความเสี่ยงอาจเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์อาจแนะนำให้ทานยากันเลือดแข็งตัวเพื่อป้องกันอัมพาต ควรปฏิบัติตัวและติดตามการรักษาตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำหรับในรายที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน ต้องรับประทานยาป้องกันการเกิดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่งดยาเอง และถ้ามีอาการที่สงสัยว่าอาจเกิดโรคหลอดเลือดสมองดังกล่าวข้างต้น ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ได้แก่ ทานอาหารที่มีประโยชน์จำพวกผักผลไม้ให้มากขึ้น และเน้นอาหารจำพวกเนื้อปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากโอเมก้า 3 ในปลาช่วยลดการอักเสบซ่อนเร้น และมีไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ลดการบริโภคอาหารไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ ลดการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งต้องดูแลทั้งด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย รวมทั้งการใช้ยารักษาอย่างเหมาะสม ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้เกิน 1-2 ดื่มมาตรฐาน/วัน และเลิกสูบบุหรี่ อย่างเด็ดขาด

 

อัลบั้มภาพ