คำแนะนำ

img

สุขภาพไต ใส่ใจดูแล

ไตเป็นอวัยวะรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว วางอยู่ทางด้านหลังของช่องท้องขนาบกับกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 1 อัน มีขนาดต่างกันแปรผันตาม อายุ เพศ ดัชนีมวลกาย ในผู้ใหญ่ไตจะมีความยาวประมาณ 10 – 13 เซนติเมตร เพศชายมักมีขนาดไตใหญ่กว่าเพศหญิง

หน้าที่ของไต

ส่วนประกอบภายในไตจะมีหน่วยกรองเลือดข้างละ 1 ล้านหน่วย ที่ทำหน้าที่กรองเลือดประมาณ 180 ลิตรต่อวัน ขับน้ำ ของเสียในรูปปัสสาวะ และดูดกลับสารที่จำเป็นและมีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย เป็นการควบคุมสารน้ำและรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกายให้ปกติ นอกจากนี้ไตยังเป็นแหล่งสร้างฮอร์โมนบางชนิดที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ที่ไขกระดูกไม่ให้เกิดโลหิตจาง สร้างฮอร์โมนเรนิน ที่รักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่ ตลอดจนอนุพันธ์ของวิตามินดี ที่ควบคุมสมดุลของแคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ไตและทางเดินอาหาร

โรคไตที่พบบ่อย

โรคไตวายเฉียบพลัน เป็นภาวะการเกิดไตเสื่อมอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเป็นวัน หรือสัปดาห์ มักมีอาการมากกว่าโรคไตวายเรื้อรัง และมีอัตราการเสียชีวิตสูง 

โรคไตวายเรื้อรัง เป็นภาวะเนื้อไตถูกทำลายอย่างถาวร ทำให้ไตค่อยๆ ฝ่อเล็กลง  แม้อาการจะไม่รุนแรง แต่ไตจะค่อยๆ เสื่อม และเข้าสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

สาเหตุของโรคไต

ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยด้วยโรคไต เข้าสู่โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย  มีสาเหตุจากโรคเบาหวานมากที่สุด โดยมักเกิดผู้ที่เป็นเบาหวานมานานหลายปี  จนเกิดภาวะแทรกซ้อนของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหลอดเลือดทั่วร่างกายจะแข็งและหนา ทำให้เลือดไป เลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายลดลง สำหรับสาเหตุรองลงมาคือโรคความดันโลหิตสูง  และ โรคหลอดเลือดฝอยไตอักเสบ ส่วนสาเหตุอื่นๆ อาทิ โรคนิ่วในไต โรคไตอักเสบเรื้อรังจากการติดเชื้อ โรคเก๊าท์ การกินยาแก้ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เป็นต้น 

คำแนะนำการดูแลสุขภาพไต
1. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ ผักและผลไม้สด ธัญพืชเต็มเมล็ดแทนธัญพืชที่ผ่านการขัดสีแล้ว อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง เช่น ถั่ว ปลาที่มีไขมันสูง ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปประเภทเนื้อหมัก เนื้อกระป๋อง และมันฝรั่งทอด จำกัดการรับประทานเนื้อแดง อาหารที่มีไขมันสูง ตลอดจนเกลือและน้ำตาล

2. ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วต่อวัน การดื่มน้ำช่วยสนับสนุนให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่น กรองสารพิษออกจากเลือดและขับสารพิษทางปัสสาวะ ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

3. ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากสารพิษที่อยู่ในบุหรี่จะเข้าไปในกระแสเลือด และส่งผลต่อหัวใจและไต คนสูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะตกอยู่ในภาวะไตวายมากถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่

4. หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวดต้านการอักเสบ โดยเฉพาะยาแก้ปวดต้านการอักเสบที่ต้องทานหลังอาหารทันทีมักมีพิษต่อไต และการทานยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะเร่งให้การทำงานของไตเสื่อมถอยลง

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานดีขึ้น กระตุ้นการกำจัดของเสียที่สะสมในเลือด และช่วยควบคุมความดันโลหิต


อัลบั้มภาพ