ผลงาน

img

อุ่นใจ แม้ในยาม ติดเตียง

ปัจจุบันที่กำลังเป็นปัญหาและเป็นความท้าทายของสังคม ไม่ใช่เพียงในพื้นที่ แต่เป็นปัญหาระดับประเทศและระดับโลกในปัจจุบัน การรับมือเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) นับเป็นปัญหาและความท้าทายทั้งในระดับประเทศและระดับโลก จากการคาดหมายประเทศไทยจะถูกจัดเข้าสู่การเป็นสังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์ นั่นคือมีสัดส่วนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2568 จำเป็นต้องมีการวางแผนรองรับการดูแล โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ได้แก่ ผู้สูงอายุติดสังคม ผู้สูงอายุติดบ้าน และผู้สูงอายุติดเตียง ซึ่งใน 2 กลุ่มหลังนั้น เป็นกลุ่มที่เป็นภาระ ญาติหรือผู้ใกล้ชิดต้องให้การดูแลต่อเนื่อง

โรงพยาบาลค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี เป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง ที่ให้บริการแก่ทั้งกำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไป โดยในพื้นที่รับผิดชอบ มีผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง คิดเป็นร้อยละ 6 ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ซึ่งพบว่ามีการเจ็บป่วยเรื้อรังซับซ้อนหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มีปัญหาการมองเห็น สายตาไม่ดี มองเห็นไม่ชัด มีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม ภาวะน้ำหนักตัว อ้วนลงพุง เดินลำบาก และรวมไปถึงผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการวินิจฉัยในการดูแลระยะประคับประคองหรือระยะสุดท้ายของชีวิต จากการเจ็บป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย เช่น มะเร็งในระยะสุดท้ายหรือแพร่กระจาย เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลจึงได้ริเริ่มพัฒนาการจัดระบบบริการผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ภายใต้แนวคิด“ติดบ้าน ติดเตียง ก็อุ่นใจ...ให้ รพ.ค่ายนวมินฯ ช่วยดูแล” ประกอบด้วย การค้นหาผู้สูงอายุในชุมชนโดย อสม.ที่กระจายอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ การตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกราย ด้วยแบบคัดกรองภาวะสุขภาพ 10 ด้าน หรือ Basic Geriatric Syndrome : BGS เพื่อประเมินความจำเป็นที่ต้องให้การดูแลในระยะยาว และการบริการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุในชุมชนอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง โดยเน้นการส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรภภาพด้วยการทำกายภาพบำบัดและการบริหารร่างกาย ตลอดจนการวางแผนและให้การพยาบาลผู้ป่วยเป็นรายบุคคล

ผลจากการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ มีผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองสุขภาพเฉลี่ยปีละ 300 ราย และบางส่วนได้รับการดูแลต่อเนื่อง โดยผลการประเมินคะแนนความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน พบว่ามีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพด้านร่างกายดีขึ้นกว่าเดิมเพิ่มขึ้น ในรายที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวและไม่สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพให้กลับเป็นปกติได้ ก็สามารถป้องกันอันตรายแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จนไม่คุกคามหรือเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยมีสถิติยันยันจากการที่ผู้ป่วยติดบ้านสามารถกลับมาเป็นผู้ป่วยติดสังคม ผู้ป่วยติดเตียงสามารถกลับมาเป็นผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ป่วยติดสังคม ตามลำดับ ขณะที่หลายรายได้รับการดูแลจนถึงระยะสุดท้ายของชีวิต

ผลลัพธ์ดังกล่าว สะท้อนการที่ผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ตลอดจนครอบครัวและญาติที่ดูแล รับการสนับสนุนด้านการดูแลสุขภาพที่จำเป็นแบบองค์รวม ที่คำนึงถึงด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม เศรษฐกิจ สังคม อย่าต่อเนื่อง จนมีความมั่นใจว่า การดูแลตนเองภายในครอบครัว จะมีประสิทธิภาพเทียบเคียงได้กับการดูแลโดยทีมเยี่ยมบ้านของโรงพยาบาล และแสดงให้เห็นถึงสัมพันธภาพที่เข้มแข็งของคนในชุมชน ในการดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ทอดทิ้งผู้ป่วย ผู้ด้อยโอกาสให้โดดเดี่ยว ลำพังในสังคมนั่นเอง

 

อัลบั้มภาพ