คำแนะนำ

กินไก่ ให้ได้ประโยชน์

ไก่ ถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย เพราะสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย และที่สำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งในเนื้อไก่มีสูงถึงเกือบร้อยละ 20  โดยโปรตีนของเนื้อไก่ยังเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์ มีกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ครบถ้วนทั้ง 10 ชนิด จึงช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ถ้ารับประทานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ โปรตีนของเนื้อไก่ ยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย เพราะเส้นใยกล้ามเนื้อของไก่มีความละเอียดอ่อนนุ่มคล้ายปลา จึงเหมาะสำหรับการทำอาหารตั้งแต่วัยทารก ถึงวัยสูงอายุ

ในทางกลับกัน เนื้อไก่มีไขมันน้อยเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ไขมันส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณใต้ผิวหนัง โดยส่วนที่มีไขมันมากที่สุดคือ ตูดไก่ หนังไก่ และคอไก่ ซึ่งมีทั้งไขมันและไขมันอิ่มตัวมากกว่าส่วนอื่น จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน รองลงมาคือปีกไก่ และสะโพกไก่ตามลำดับ ส่วนของเนื้อไก่ที่มีไขมันน้อย ได้แก่ อกไก่ สันในไก่ และน่องไก่ โดยในส่วนนี้จะมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวมากกว่าไขมันจากวัวและหมู

นอกจากนี้เนื้อไก่ยังมีแร่ธาตุหลายชนิด ที่สำคัญ อาทิ วิตามินบี3 หรือไนอาซินในเนื้อไก่ ที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยในการเรียนรู้ที่ดี การกินเนื้อไก่ช่วยบำรุงในเรื่องของดีเอ็นเอหรือยีนทางพันธุกรรมในร่างกายของเราทำให้เราสามารถตอบสนองการเรียนรู้ในแต่ละช่วงอายุได้ดียิ่งขึ้น ส่วนซีลีเนียม เป็นแหล่งรวมไอโอดีน สารอาหารที่สำคัญที่ช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์ และส่งเสริมการทำงานให้ปกติดีเสมอ ขณะที่วิตามินบีจะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมผิวพรรณของเราให้กับมาแข็งแรง และลดอาการเจ็บแสบปวดร้อนภายในปากและลิ้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีทั้ง แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไวตามินเอ ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

สำหรับการเลือกซื้อเนื้อไก่เพื่อให้ได้เนื้อไก่สดใหม่ ไว้ปรุงอาหารอร่อยรับประทานเลือกไก่ที่มีผิวตึง ไก่ที่มีผิวย่น เนื้อไม่แน่น ส่วนใหญ่จะเป็นไก่ที่ไม่สด สีของเนื้อไก่สดจะต้องมีสีขาวอมส้มหรือชมพูอ่อน ไม่ซีด ไม่มีรอยช้ำ กลิ่นของเนื้อไก่ที่สดใหม่ จะมีกลิ่นคาวน้อยมาก ควรดมกลิ่นก่อนซื้อทุกครั้ง และไก่สดจะไม่มีเมือกติดมือ จึงควรจับเนื้อไก่ดูก่อนซื้อ

การนำไก่มาทำอาหารที่เป็นอาหารสุขภาพ มีอยู่มากมาย อย่างไรก็ดี สำหรับอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างไก่ทอด คงไม่แตกต่างจากของทอดอื่น ๆ อย่างมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ หรือเฟรนช์ฟราย ที่อาจมีผลเสียต่อร่างกาย เนื่องจาก อาหารที่ผ่านกระบวนการทอดส่วนใหญ่จะมีแคลอรี่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารที่ผ่านการปรุงด้วยกรรมวิธีอื่น ๆ เนื่องจากการทอดอาหารในน้ำมันจะทำให้อาหารสูญเสียน้ำและดูดซับไขมันเข้าไปแทน รวมทั้งวัตถุดิบที่จะนำไปทอดมักถูกชุบด้วยแป้งทอดกรอบก่อน การทานเป็นประจำจึงอาจทำให้เกิดภาวะอ้วน โรคทางระบบได้ง่าย โดยมีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ ติดตามพฤติกรรมกลุ่มตัวอย่างจำนวนถึงหนึ่งแสนราย เป็นเวลากว่า 25 ปี พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารทอดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจ และยิ่งเสี่ยงมากขึ้นหากรับประทานอาหารทอดถี่ขึ้น

อย่างไรก็ดี การรับประทานไก่ทอดโดยปรับเปลี่ยนวิธีการบางประการ อาจช่วยให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น เลือกใช้น้ำมันที่เหมาะกับการทอด เช่น น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันจากสัตว์แทนการใช้น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย หรือน้ำมันรำข้าว แต่ก็ควรใช้น้ำมันในปริมาณที่เหมาะสม และระวังเรื่องคอเลสเตอรอลจากไขมันสัตว์ควบคู่ไปด้วยด้วย การทอดอาจเปลี่ยนไปทอดด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้น้ำมันน้อยกว่าการทอดแบบธรรมดาถึงร้อยละ 70-80 หรืออาจใช้การอบอาหารที่อุณหภูมิสูงประมาณ 232 องศา แทนการทอด จะช่วยทำให้อาหารมีความกรอบแม้จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยหรือไม่ใช้เลยก็ตาม 

 

 

อัลบั้มภาพ