คำแนะนำ

img

โรคซึมเศร้า ต้องเอาใจใส่

โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยมีความรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง ด้อยค่า ที่รุนแรงและยาวนาน จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่มักเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 20-30 ปี โดยเริ่มพัฒนามาจากช่วงวัยรุ่นที่มีความเครียดและความวิตกกังวลสูง ดังนั้น ยิ่งประสบกับความกังวลในช่วงวัยรุ่นมากเท่าไหร่ ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าในวัยผู้ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าประมาณ 350 ล้านคนทั่วโลก พบในในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนในประเทศไทยคาดว่ามีจำนวนผู้มีภาวะซึมเศร้ามากกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน

 

โรคซึมเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง (Major Depression) เป็นอาการซึมเศร้าอย่างที่ส่งผลกระทบถึงชีวิตการทำงานหรือการเรียน รวมถึงการนอนหลับและการกินอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุขอย่างรุนแรง และโรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Persistent Depressive Disorder) มีอาการและความรุนแรงของอาการน้อยกว่า แต่ภาวะซึมเศร้าชนิดนี้จะคงอยู่กับผู้ป่วยยาวนาน อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยอาจมีบางช่วงเวลาที่ต้องเผชิญภาวะซึมเศร้าชนิดรุนแรงร่วมด้วย

 

อาการของโรคซึมเศร้า

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกันไป ตามระดับความรุนแรงของโรค เพศ หรืออายุ โดยอาจมีอารมณ์เศร้า หดหู่ วิตกกังวล รู้สึกไร้ค่า โดดเดี่ยว สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย ซึ่งอารมณ์เหล่านี้จะมีความรุนแรงและคงอยู่ยาวนานกว่าปกติ จนอาจส่งผลกระทบทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าตลอดเวลา เจ็บปวดตามร่างกาย นอนหลับยากหรือหลับมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคม ไม่มีสมาธิ หมดความสนใจในเรื่องที่เคยชอบ ไปจนถึงการคิดฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองได้

 

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าอาจเกิดจากหลายสาเหตุและปัจจัยประกอบกันจนพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้า อาทิ การทำงานของสมองบางส่วนที่ผิดปกติ มีระดับของสารเคมีที่ไม่สมดุลกัน ลักษณะนิสัยเดิมของผู้ป่วย ความเครียด เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง รวมถึงอาการป่วยจากโรคและการใช้ยารักษาโรค ที่มีผลข้างเคียงในลักษณะอาการซึมเศร้า

 

ภาวะแทรกซ้อนของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าจะส่งผลภาวะแทรกซ้อนในหลายด้าน ทั้งร่างกาย และพฤติกรรม เช่น เจ็บปวดตามส่วนต่าง ๆ รอบเดือนผิดปกติ ปัญหาทางเพศ ปัญหาการนอนหลับ พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ น้ำหนักเกิน และนำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน

 

การรักษาโรคซึมเศร้า

ปัจจุบัน มีการรักษาโรคซึมเศร้า 3 วิธีใหญ่ๆ คือ การใช้ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants) การพูดคุยบำบัดทางจิต (Psychotherapy) และการกระตุ้นเซลล์สมองและประสาท (Brain Stimulation Therapies) ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยาต้านซึมเศร้า และการพูดคุยบำบัดกับผู้ป่วยควบคู่กันไป ยกเว้นในรายที่มีอาการรุนแรงมาก มีพฤติกรรมมุ่งทำร้ายทำตัวเองหรือฆ่าตัวตาย จึงจะเลือกใช้การกระตุ้นเซลล์สมองและประสาทเพื่อรักษาได้ทันท่วงที โดยแพทย์ยังต้องพิจารณาชนิดของยา รูปแบบในการพูดคุยบำบัด และการกระตุ้นเซลล์สมองที่มีความปลอดภัย และเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

 

การป้องกันโรคซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้าไม่มีวิธีการป้องกันที่แน่นอน เนื่องจากสาเหตุหลายประการ เป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม แต่การสร้างพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดี ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย การรักษาสภาวะอารมณ์ให้แจ่มใส ทำกิจกรรมสันทนาการ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะซึมเศร้าได้

 

อัลบั้มภาพ