ผลงาน

ศูนย์ไตเทียมอัจฉริยะ

อุบัติการณ์ของภาวะไตวายเฉียบพลันและเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิต หรือเกิดความพิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทำให้เป็นภาระของครอบครัว ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้ทีมสหสาขาวิชาชีพทำงานร่วมกับแบบบูรณาการ เนื่องจากมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะไตวายเฉียบพลันระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม กำหนดให้ผู้ป่วย 1 รายใช้พยาบาลไตเทียม 1 คน ในขณะที่การดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะโรคไตเรื้อรัง 4 ราย ใช้พยาบาลไตเทียม 1 คน แต่ด้วยข้อจำกัดของอัตรากำลังและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้แผนกโรคไต กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ต้องปรับแนวทางการบริหารจัดการบุคลากรให้สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยจากคลินิกโรคไตเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย ในขณะเดียวกันต้องกำกับดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเป็นอันตรายกับผู้ป่วย 

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าจึงได้จัดตั้ง ศูนย์ไตเทียมอัจฉริยะ (intelligent dialysis center) ขึ้นในปี พ.ศ. 2558-2559 โดยมีพัฒนาระบบการเฝ้าติดตามการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วย พร้อมระบบถ่ายทอดสัญญาณจากข้างเตียงของทุกเตียงที่ให้บริการฟอกเลือดมายังศูนย์กลางควบคุมที่เคาน์เตอร์พยาบาลพร้อมระบบสัญญาณเตือนอัตโนมัติ ติดตั้งระบบทีวีวงจรปิด เพื่อถ่ายทอดสัญญาณภาพผู้ป่วยจากทุกเตียงมายังศูนย์กลางควบคุมที่เคาน์เตอร์พยาบาล ที่สำคัญคือ พัฒนานวัตกรรม “ระบบปฏิบัติการสั่งการรักษาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(Therapy Data management System, TDMS)”โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (server) เชื่อมต่อสัญญาณไปยังเครื่องไตเทียมแต่ละเครื่อง ทำให้ข้อมูลการรักษาผู้ป่วยแต่ละคนในแต่ละครั้งถูกเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก เพื่อใช้เปรียบเทียบและติดตามการรักษาได้ตลอดเวลา และแพทย์ผู้รักษาสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยได้ตลอดเวลาแบบreal-time ช่วยให้การดูแลและการบริบาลผู้ป่วยเป็นไปได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ ยังได้ พัฒนาศักยภาพของพยาบาลวิชาชีพประจำหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (หรือไอซียู) ให้มีขีดความสามารถด้านการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการบําบัดทดแทนไต โดยเปิดหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบําบัดทดแทนไต ระยะเวลา 4 เดือน ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และดำเนินการขอการรับรองหลักสูตรจากสภาการพยาบาล โดยรับพยาบาลวิชาชีพเข้าอบรมปีละ 1 รุ่น รุ่นละ 25 คน ทำให้สามารถจัดพยาบาลวิชาชีพที่เข้ารับการอบรมฯ ให้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ช่วยให้แผนกไตเทียม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีอัตรากำลังเพิ่มขึ้น 

นอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาศูนย์ไตเทียมอัจฉริยะ และพัฒนาศักยภาพของพยาบาลวิชาชีพประจำหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (หรือไอซียู) ให้มีขีดความสามารถด้านการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการบําบัดทดแทนไตแล้ว ทีมสหสาขาวิชาชีพยังให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง โดยพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมกับพันธมิตรจากภายนอก อาทิ อาหารเสริมทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง วิตามินเสริมเฉพาะผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (วิตามินเฉพาะโรค โอพีที) เพื่อลดการรับประทานวิตามินจำนวนมากและซ้ำซ้อน อาหารสำเร็จรูปที่มีพลังงานและโปรตีนสูง (protein-energy dense food) เกลือแร่ที่ไม่จำเป็นต่ำ เพื่อใช้รับประทานในระหว่างฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และแอพลิเคชั่น “70kcal”เพื่อใช้คำนวณพลังงานและโปรตีนที่ทานในแต่ละมื้อ/ วัน 

การพัฒนาศูนย์ไตเทียมอัจฉริยะ ได้ทำให้ประสิทธิผลของการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมสำหรับผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและเรื้อรังดีขึ้น โดยเฉพาะอัตราตายของผู้ป่วยที่มารับการฟอกเลือดด้วยไตเทียมลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและเรื้อรังสามารถเข้าถึงบริการบำบัดทดแทนไต โดยเฉพาะการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้ง่ายขึ้น จากจำนวนพยาบาลของหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ผ่านการอบรมหลักสูตรพยาบาลไตเทียมเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ไอซียูทุกแห่งของ รพ.รร.๖ สามารถให้การรักษาด้วยวิธีบำบัดทดแทนไตได้โดยไม่ต้องส่งผู้ป่วยมาที่หน่วยไตเทียม หรือขอให้จัดพยาบาลไตเทียมไปดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด ส่งผลให้ศูนย์ไตเทียมอัจฉริยะได้รับรางวัลและการรับรองจากสถาบันต่างๆ โดยเฉพาะ รางวัลชนะเลิศการออกแบบประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia Pacific Property Awards 2016-17 ประเภท Best Public Service Interior นอกจากนี้ นวัตกรรม “ระบบปฏิบัติการสั่งการรักษาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Therapy Data management System, TDMS)” ได้ถูกขยายผลไปยังโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิอีกด้วย 

ศูนย์ไตเทียมอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุเลาหรือหายจากโรค บรรเทาอาการปวดและทุกข์ทรมานจากโรคที่เป็น และบำบัดรักษาเพื่อให้อวัยวะที่เป็นโรคสามารถใช้งานหรือทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงปกติ มีอัตรารอดชีวิตที่สูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมโดยพึ่งพาผู้ดูแลน้อยที่สุด

อัลบั้มภาพ