คำแนะนำ

เอาที่สบายใจ ใส่แบบไหนก็ป้องกัน(PM2.5)ได้

 

คำแนะนำในการดูแลสุขภาพจากปัญหามลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5)

  เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยได้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5) ซึ่งเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของ ทุกคน ในพื้นที่ที่ประสบเหตุ กรมแพทย์ทหารบก มีความห่วงใยในปัญหาดังกล่าว จึงขอแนะนำแนวทางในการดูแลสุขภาพของกำลังพลทหารและครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ที่ไปปฏิบัติงานและอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5)) เพื่อจะได้ป้องกันตนเองและครอบครัว อันนำไปสู่การมีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ต่อไป

๑. สาเหตุของการเกิดปัญหามลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5))

  ๑.๑ การเกิดไฟป่า ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและจากมนุษย์ทำให้เกิดขึ้น

  ๑.๒ การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

  ๑.๓ การเผาขยะจากชุมชน

  ๑.๔ การคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่มีการใช้ยานพาหนะหนาแน่น จากท่อไอเสียของยานพาหนะต่างๆ

  ๑.๕ มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม

๒. ผลกระทบต่อสุขภาพของปัญหามลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5))/มลพิษทางอากาศ

  ๒.๑ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก จะก่อให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ ไอ จาม มีน้ำมูก การอักเสบของไซนัส เจ็บคอ ไอมีเสมหะ มีไข้ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงดังหวีด  จากการหดตัวของหลอดลม โรคหอบหืด ปอดเป็นพังผืดจากการระคายเคืองเรื้องรัง (Pneumoconiosis) โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว อาจทำให้อาการเป็นมากขึ้น โรคมะเร็งปอด และมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ

  ๒.๒ สารเคมีที่ปนเปื้อนในอากาศ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน-ไดออกไซด์ สารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น จะก่อให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ตา จมูก ภูมิแพ้ หอบหืด และจะกระตุ้นให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่นโรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง มีอาการเป็นมากขึ้น นอกจากนี้สารเคมีบางประเภทยังเป็นสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ เช่น โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAH)                          

  อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อสุขภาพของมลพิษทางอากาศ ขึ้นอยู่กับ ชนิดของสารที่สัมผัส ระยะเวลา ปริมาณการสัมผัส ทางเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงความไวของแต่ละบุคคลด้วย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าบุคคลทั่วไป

๓. ข้อแนะนำในการดูแลป้องกันปัญหาสุขภาพเมื่อเกิดมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5)) มีดังนี้

  ๓.๑ การดูแลตนเอง

    ๓.๑.๑ ติดตามสถานการณ์อยู่เสมอ ดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5))

    ๓.๑.๒ รักษาความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดกลั้วคอ แล้วบ้วนทิ้งวันละ ๓-๔ ครั้ง

    ๓.๑.๓ งดเว้นการสูบบุหรี่และการเผา หรือการดำเนินการใดๆ ที่จะก่อให้เกิดปัญหาควันมากขึ้น

    ๓.๑.๔ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งและการทำงานหนักที่ต้องออกแรงมากในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5))

    ๓.๑.๕ หากต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5)) ควรใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก หรือใช้ผ้าที่ทำจากฝ้ายหรือลินิน และชุบน้ำให้เปียกหมาดๆ นำมาทบกันหลายชั้นคาดปากและ จมูกแทนหน้ากาก เมื่อต้องออกไปสัมผัสมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5)) และควรเปลี่ยนใหม่ หากหน้ากากสกปรกหรือเริ่มอึดอัดหรือหายใจไม่สะดวก

    ๓.๑.๖ ในกลุ่มเสี่ยงเช่น เด็กเล็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ ถุงลมโป่งพอง และโรคระบบหัวใจหลอดเลือด ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นประจำตัวให้พร้อม หากมีอาการผิดปกติ หรือมีอาการมากขึ้น ควรนำส่งสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที

    ๓.๑.๗ หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจไม่สะดวก อึดอัด ไอ จาม หรืออาการของระบบหายใจหรือการมองเห็น ควรพบแพทย์

  ๓.๒ การดูแลบ้านเรือนและที่ทำงาน

    ๓.๒.๑ หากที่พักอาศัยและที่ทำงาน ไม่มีระบบระบายอากาศ หรือ ระบบปรับอากาศ ต้องปิดประตูหน้าต่าง ไม่ให้ควันไฟหรือมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5))เข้ามาในอาคาร

    ๓.๒.๒ หากที่พักอาศัยและทำงานมีระบบปรับอากาศ หรือ เครื่องปรับอากาศควรทำความสะอาดและล้างระบบกรองอากาศเป็นประจำ

    ๓.๒.๓ การทำความสะอาดบ้านเรือน ควรใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไม้กวาด เพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น

    ๓.๒.๔ งดการรองรับน้ำฝน ไว้ใช้ในการอุปโภคชั่วคราว หากจำเป็นควรรองน้ำไว้ใช้ในช่วงเวลาที่มั่นใจว่าน้ำฝนได้ชะล้างสารมลพิษทางอากาศ หมดไปแล้ว

  ๓.๓ การดูแลชุมชน

    ๓.๓.๑ ไม่ให้เผาขยะ เศษกิ่งใบไม้ หญ้าทุกชนิด หรือสิ่งใดที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ(ฝุ่นขนาดเล็ก(pm2.5))มากยิ่งขึ้น

    ๓.๓.๒ ดับเครื่องยนต์ของยานพาหนะทุกครั้งเมื่อจอด

    ๓.๓.๓ หลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะที่เป็นเครื่องยนต์ หรือใช้ในกรณีจำเป็น เพื่อลดมลพิษทางอากาศ

อินโฟกราฟฟิค เอาที่สบายใจ ใส่แบบไหนก็ป้องกัน(PM2.5)ได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 1 2 3 4

อัลบั้มภาพ