คำแนะนำ

โรคหัด

จากกรณีที่พบผู้ป่วยโรคหัดระบาดในภาคใต้ของประเทศไทย กรมแพทย์ทหารบกมีความห่วงใยกำลังพลและครอบครัว จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้บังคับหน่วย และเจ้าหน้าที่เหล่าทหารแพทย์ของหน่วยได้รับทราบข้อมูลและได้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้กำลังพลทหาร และครอบครัว มีสุขภาพสมบูรณ์ไม่เจ็บป่วย พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ต่อไป

โรคหัด  (Measles)

หัด (Measles/มีเซิลส์ หรือ Rubeola/รูบีโอลา) เป็นโรคไข้ออกผื่นที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหัด (Measles virus) นับว่าเป็นโรคที่มีความสำคัญมากโรคหนึ่ง เพราะอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ ส่วนผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต และโรคนี้มีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงเกือบ 100%

โรคหัดเป็นโรคที่พบเกิดได้ตลอดทั้งปี แต่มักมีอุบัติการณ์สูงในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน สามารถพบได้ในคนทุกวัย แต่มักพบในเด็กอายุ 2-14 ปี และพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักไม่พบในทารกอายุต่ำกว่า 6-8 เดือน เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ส่วนโอกาสในการเกิดโรคในผู้หญิงและผู้ชายมีใกล้เคียงกัน โรคนี้สามารถติดต่อแพร่กระจายได้ง่าย จึงอาจพบการระบาดตามชุมชน โรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก

ในประเทศไทยเริ่มมีการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเมื่อปี พ.ศ. 2527 จึงทำให้อุบัติการณ์ของโรคหัดลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่ก็ยังพบโรคนี้ได้บ้างประปรายและมีการระบาดบ้างเป็นครั้งคราวในชนบท ซึ่งผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนและเป็นเด็กอายุเกิน 5 ปี

ลักษณะทั่วไป  โรคหัดเป็นโรคติดต่อกันได้ง่าย พบมากในเด็ก  ในเขตชุมชนเมืองจะมีการระบาดของ

โรคหัดเป็นประจำ เพราะมีความแออัดทำให้รับเชื้อได้ง่าย

สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส เรียกว่า รูบีโอราไวรัส (Rubeola virus) เป็นอาร์เอ็นเอไวรัส ที่พบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย

การติดต่อ โรคหัดมีแหล่งรังโรคคือ คน สามารถติดต่อโดยทางตรงจากการหายใจเอาละอองของเชื้อโรคที่มีอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย ไอ จามของผู้ป่วย หรือติดต่อโดยทางอ้อมจากการใช้เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อโรคจากผู้ป่วยซึ่งระยะติดต่อของโรคเริ่มตั้งแต่มีอาการไข้ไปจนถึง 4 วันหลังจากผื่นขึ้น เชื้อนี้มีระยะฟักตัวหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 7-14 วัน

อาการ อาการของโรคหัดคล้ายคลึงกับอาการของโรคหวัดธรรมดา คือ มีไข้ก่อนมีน้ำมูกไหล มักจะไอแห้งๆ ตลอดเวลา ไม่มีทางทราบว่าเป็นหัดจนเมื่ออาการเพิ่มขึ้น มีไข้สูง ตาแดงแฉะ เวลาโดนแสงจะแสบตา ระคายเคืองตามาก ไอและมีน้ำมูกมาก ปากและจมูกแดง นอกจากนี้จะมีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน จึงเริ่มมีผื่นจากหลังหูลามไปหน้าและร่างกาย ผื่นจะมีขนาดโตขึ้นและสีจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสังเกตจะพบว่าก่อนวันผื่นออกจะมีตุ่มเล็กๆในปากตรงกระพุ้งแก้มตรงฟันกรามบน ซึ่งเป็นตุ่มที่เกิดขึ้นเฉพาะโรคหัดเท่านั้น เรียกคอปลิค สปอตซ์ (Koplik’s spots)  พอผื่นออกได้ประมาณ 1-2 วัน จะมีอาการดีขึ้น แต่อาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบ อุจจาระร่วง สมองอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ขาดสารอาหาร ภูมิต้านทานต่ำ

กองส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน กรมแพทย์ทหารบก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 1 2 

อัลบั้มภาพ