ผลงาน

ก้าวข้ามขีดจำกัดในการดูแลรักษาโรคหัวใจ

      จากสถิติองค์การอนามัยโลก ปี 2555 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ 7.4 ล้านคนและข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปีพ.ศ. 2555-2558 พบอัตราตายด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ (I20-I25) ต่อแสนประชากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี พ.ศ. 2558 พบอัตราตายเท่ากับ 22.28 ต่อแสนประชากร หรือเท่ากับ 18,922 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน อีกทั้งสถานการณ์การเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

      โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของกองทัพภาคที่ 4 มีภารกิจสำคัญในการดูแลสุขภาพกำลังพล และครอบครัวภายในค่ายวชิราวุธ ประชาชนที่พักอาศัยในหมู่ 1 และหมู่ 5 ตำบลปากพูน กว่า 32,00 คน รวมถึงประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีภาวะการเจ็บด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นของด้วย ซึ่งโรคดังกล่าวต้องมีแพทย์เฉพาะทาง และแพทย์ต้องมีความสามารถในการตรวจหัตถการเฉพาะด้วย ได้แก่ การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การตรวจด้วยการทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test), Echocardiogram และสามารถให้การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดรวมทั้งรับไว้ดูแลอย่างใกล้ชิดในหน่วยวิกฤติ ซึ่งโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธมีอายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดเพียง 1 คน ที่สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาได้ หรือหากยาละลายลิ่มเลือดไม่สามารถเปิดหลอดเลือดได้ ก็จำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีห้องปฏิบัติการสวนหัวใจในจังหวัด  สุราษฎร์ธานีซึ่งมีระยะทางห่างไปกว่า 130 กิโลเมตร และใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.45 ชม. ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับสถานการณ์ของการรอคอยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เป็นการสร้างความสูญเสียแก่กำลังพลและครอบครัว ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ฉุกเฉินแต่จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่ม ก็ต้องใช้ระยะเวลารอคอยนานตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 1 ปี สร้างความวิตกกังวลแก่ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมาก อีกทั้งจากข้อมูลการส่งต่อผู้ป่วย ปี 2555 - 2558 พบว่ามีผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ต้องถูกส่งไปรักษาต่อมีมากกว่า 500 รายต่อปี ซึ่งการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้คงมีเพียง “การก้าวข้ามขีดจำกัดในการดูแลรักษาโรคหัวใจ” ที่มีอยู่ โดยการขยายศักยภาพให้สามารถสวนหัวใจได้เท่านั้น

      ทีมงานโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธตระหนักถึงความสำคัญ และหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีโรคหัวใจเป็นโรคร่วมกลุ่มนี้ รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะก้าวผ่านปัญหาที่มีอยู่ โดยได้รับอนุมัติจากกรมแพทย์ทหารบก และกองทัพภาคที่ 4 ให้ขยายศักยภาพการรักษา ซึ่งโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธได้ดำเนินการสร้างห้องปฏิบัติการสวนหัวใจโดยใช้พื้นที่ว่างในอาคารที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ส่งแพทย์ฝึกอบรมเฉพาะทางหลักสูตรแพทย์วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญอนุสาขาหัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ระยะเวลา 1 ปี และส่งพยาบาลเรียนหลักสูตรเฉพาะทางการพยาบาลผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจ 1 คน ส่งพยาบาลฝึกงานในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 2 คน โดยในช่วงแรกมีอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์หัวใจสิรินธร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นที่ปรึกษาเรื่องการจัดการ และด้านสถานที่

      นอกจากนี้ยังมีการทำหนังสือตกลงร่วมกัน ระหว่าง โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และศูนย์โรคหัวใจจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยการผ่าตัดเปิดหัวใจหากการใช้วิธีสวนหัวใจไม่ได้ผล และได้ยื่นเอกสารไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยปฏิบัติการสวนหัวใจระดับ 2

ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ เริ่มเปิดให้บริการฉีดสีวินิจฉัยและทำบอลลูนใส่ขดลวดเมื่อ วันที่ 28 มิ.ย.2559 ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการสวนหัวใจทั้งสิ้น 131 ราย และในปี 2560 มีจำนวนผู้เข้ารับการสวนหัวใจเพิ่มขึ้นจากการประสานความร่วมมือ ระหว่างเครือข่าย โรงพยาบาลในจังหวัดนครศรีธรรมราช อีกกว่า 325 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยจำนวน 63 ราย จำเป็นต้องส่งต่อเพื่อทำการผ่าตัดหัวใจ

      ทีมงานโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธได้ติดตามวัดคุณภาพการดูแลรักษา พบว่าอัตราการเสียชีวิตเป็น 0 นอกจากนี้ยังเป็นผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาในเวลาที่เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น  ลดระยะเวลาการรอคิวสวนหัวใจ ลดอัตราการชีวิต ลดภาระค่ายาและค่ารักษาที่ไม่จำเป็น ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ  

      ความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วย คือการทำงานเป็นทีมระหว่างโรงพยาบาลที่มีอายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ร่วมกันทำงานอย่างทุ่มเท เสียสละ ตั้งใจฝึกฝนทักษะ แสวงหาความรู้มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการดูแล รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกระดับตลอดจนความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมาซึ่งความภูมิใจที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2561 สาขา บริการภาครัฐ ประเภท รางวัลการพัฒนาบริการ จาก คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เมื่อ 14 กันยายน 2561

      บทเรียนแห่งความสำเร็จจากการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยการทบทวนตัวเอง การก้าวผ่านอุปสรรคด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท พัฒนาการรักษาให้เข้มแข็งด้วยการสร้างเครือข่ายช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายใต้ประสิทธิภาพการประสานข้อมูล ภายใต้แนวคิดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เห็นแก่ความปลอดภัยและชีวิตของผู้ป่วยเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกระดับทั้งในหน่วยงานห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ และกลุ่มงานดูแลหลังการสวนหัวใจ ซึ่งต้องมีการพัฒนาความรู้และมีการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย

      และจากข้อมูลการดูแลผู้รับบริการกลุ่มโรคเรื้อรัง กลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จึงจำเป็นที่ต้องวางนโยบายพัฒนาเชิงรุก โดยส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เน้นการคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง และประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ป่วย เช่น อาการแสดงของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา อันเป็นการลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

อัลบั้มภาพ