คำแนะนำ

เด็กไทย..ไม่ติดเกม

องค์การอนามัยโลก กำหนดให้ โรคติดเกม (Gaming disorder) เป็นโรคชนิดหนึ่ง โดยถือเป็นอาการทางจิตที่มีความรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาเช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ การเกิดโรคติดเกมจะแตกต่างจากการเล่นเพื่อความบันเทิงเป็นครั้งคราว หรือเป็นงานอดิเรก และเกิดผลกระทบด้านลบอย่างชัดเจน อาทิ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้  จนเกิดการเล่นเกมต่อเนื่องและกินระยะเวลาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจการทำกิจกรรมอื่น ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าเด็กไทยเล่นเกมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับ 1 ของประเทศในแถบเอเชีย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พฤติกรรมที่แสดงว่าเป็นโรคติดเกม

  1. หมกมุ่นกับการเล่นเกม ไม่สนใจหรือเลิกทำกิจกรรมอื่นๆที่เคยชอบ
  2. ควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนดไม่ได้เล่นเกมนานติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ
  3. เมื่อถูกบังคับให้เลิกเล่น จะต่อต้านหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าวเวลาไม่ได้เล่นเกม
  4. พฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางลบเช่น อดนอน ทานอาหารไม่ตรงเวลา มีการละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบหรือกิจวัตรประจำวัน
  5. อุปนิสัยเปลี่ยนแปลงไปในทางลบเช่น ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว

ผลกระทบของโรคติดเกม

  1. ต่อร่างกาย เกิดอาการปวดหลัง ปวดหัว อ่อนเพลีย
  2. ต่อจิตใจ เกิดอารมณ์หงุดหงิด มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
  3. ต่อพัฒนาการในเด็ก ขาดปัจจัยกระตุ้นหรือปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาการอย่ารอบด้าน เช่น ด้านโภชนาการ การมีปฏิสัมพันธ์ การออกกำลังกาย
  4. ต่อหน้าที่ การเรียน การทำงาน
  5. ต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว

การแก้ไขพฤติกรรมโรคติดเกม

  1. ผู้ช่วยเหลือควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีก่อนเริ่มปรับพฤติกรรม มีความอดทน ใกล้ชิด
  2. ปรับพฤติกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สม่ำเสมอ
  3. สร้างแรงจูงใจ เช่น หากิจกรรมที่น่าสนใจมาทดแทน ให้รางวัล ชมเชย
  4. พูดคุย กำหนดกติกา ข้อตกลง ให้ชัดเจนก่อนอนุญาตให้เล่นเกม และเอาจริงเอาจังกับกติกานั้น โดยข้อตกลงที่ควรใช่ ได้แก่
    • ควบคุมระยะเวลา เช่น เด็กวันเรียนควรเล่นวันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง
    • ควบคุมเนื้อหา อนุญาติเฉพาะเกมที่ไม่มีความรุนแรง เลือกเกมที่ส่งเสริมทักษะทางความคิด
    • ขอร่วมเล่นเกมด้วย ช่วยให้ติดตามได้ใกล้ชิด
    • ควบคุมสถานที่ ช่วงเวลา ไม่เล่นในห้องนอน ไม่เล่นตอนรับประทานอาหาร

อีสปอร์ต กับโรคติดเกม

อี-สปอร์ต ได้รับการยอบรับให้เป็นกีฬา และมีการแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น ซึ่งพบว่า จำนวนเด็กติดเกมที่เข้ารับคำปรึกษากับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มีเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการที่ชัดเจน โดยมีตัวอย่างในต่างประเทศ เช่น ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ลงทะเบียนก่อนเล่นเกม ไม่ให้มีการแข่งขันเกมในโรงเรียน ควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน เป็นต้น

อัลบั้มภาพ