กิจกรรม

ร่วมปกป้อง ห้องฉุกเฉิน

กรมแพทย์ทหารบก จัดทำสื่อรณรงค์การร่วมกันดูแลห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ให้มีความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อ ผู้ป่วยและญาติ ที่มาใช้บริการ โดยการสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบ ความร่วมมือในการป้องกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรการทางสังคม โดยเฉพาะสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย หากเกิดกรณีความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินในโรงพยาบาล ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทันที ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษขั้นเด็ดขาดตาม ม.360 ม.364 และม.365 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี

นอกจากนี้ ยังใช้สื่อดังกล่าวในการรณรงค์เพื่อลดความแออัด ของห้องฉุกเฉิน ตลอดจนความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับแนวทางของโรงพยาบาลในการคัดกรองและจัดลำดับผู้ป่วยตามระดับการเจ็บป่วย ทั้งนี้ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต คือ บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน  ซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต และหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่างฉับไว และเมื่อมาถึงสถานพยาบาลแล้วผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจะต้องได้รับการตรวจรักษาภายใน 0-4 นาที

และลักษณะการอาการที่เข้าข่ายการเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเข้ารับสิทธิรักษาฟรี ณ โรงพยาบาลทุกแห่ง โดยไม่จำกัดสิทธิ์การรักษา ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ได้แก่

  1. หัวใจหยุดเต้นไม่หายใจ ไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือกระตุ้น ไม่มีชีพจร จำเป็นต้องได้รับการกู้ชีพทันที
  2. การรับรู้ สติเปลี่ยนไป บอกเวลา สถานที่ คนที่คุ้นเคยผิดอย่างเฉียบพลัน
  3. ระบบหายใจมีอาการดังนี้ ไม่สามารถหายใจได้ปกติ หายใจเร็ว แรง และลึก หายใจมีเสียงดังผิดปกติ พูดได้แค่สั้น ๆ หรือร้องไม่ออก ออกเสียงไม่ได้ สำลักอุดทางเดินหายใจกับมีอาการเขียวคล้ำ
  4. ระบบไหลเวียนเลือดวิกฤติอย่างน้อย 2 ข้อ คือ ตัวเย็นและซีด เหงื่อแตกจนท่วมตัว หมดสติชั่ววูบ หรือวูบเมื่อลุกยืนขึ้น
  5. อวัยวะฉีกขาด เสียเลือดมาก เสี่ยงต่อการพิการ
  6. อาการอื่น ๆ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อชีวิตสูง เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด หรือกำลังชักขณะแรกรับที่จุดคัดแยก
อัลบั้มภาพ