คำแนะนำ

ปัญหาฝุ่นละออง ต้องช่วยกันลด

ทางของฝุ่น 

จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ฝุ่นละอองเป็นมลพิษทางอากาศที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพมหานคร และชุมชนขนาดใหญ่ ฝุ่นละอองที่มีอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา มีขนาดตั้งแต่ 0.002  ไมครอน  ซึ่งเป็นกลุ่มของโมเลกุลที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น  ต้องใช้จุลทรรศน์แบบอิเลคตรอน ไปจนถึงขนาดใหญ่กว่า 500 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นทรายขนาดใหญ่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ฝุ่นละอองในบรรยากาศอาจแยกได้เป็น  2 ประเภท ตามแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง คือ  ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น และแพร่กระจายสู่บรรยากาศโดยตรง และฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นภายหลังโดยปฏิกิริยาต่างๆในบรรยากาศ เช่น การรวมตัวของฝุ่นละอองด้วยกันหรือรวมตัวกับก๊าซหรือรวมตัวกับของเหลวหรือรวมตัวกับของแข็ง ด้วยปฏิกิริยาทางฟิสิกส์หรือทางเคมีหรือทางเคมีแสง

แหล่งที่มีของฝุ่นละอองในบรรยากาศ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  1. ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (Natural Particle) ได้แก่ ดิน ทราย หิน ละอองไอน้ำ เขม่าควันจากไฟป่า และฝุ่นเกลือจากทะเล เป็นต้น
  2. ฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Particle) ได้แก่ ฝุ่นจากการคมนาคมขนส่งและการจราจร เช่น ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายในถนนขณะที่รถยนต์วิ่งผ่าน , ฝุ่นจากการก่อสร้าง , ฝุ่นจากการประกอบการอุตสาหกรรม เช่น การทำปูนซีเมนต์ และฝุ่นจากการประกอบกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การทำความสะอาด การทำอาหาร เป็นต้น

ผลกระทบของฝุ่นละออง

  • ฝุ่นละอองจะลดความสามารถในการมองเห็น ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเสื่อมลฝุ่นละอองในบรรยากาศสามารถทำอันตรายต่อวัตถุและสิ่งก่อสร้างได้ เช่น การสึกกร่อนของโลหะ การทำลายผิวหน้าของสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น

ฝุ่นละอองต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์

ฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จะเกาะตัวหรือตกตัวได้ในส่วนต่าง ๆ ของระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะนั้น ๆ เช่นเนื้อเยื่อปอด ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากหรือในช่วงเวลานาน จะสามารถสะสมในเนื้อเยื่อปอด เกิดเป็นผังผืดหรือแผลขึ้นได้ และทำให้การทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลงทำให้หลอดลมอักเสบ เกิดหอบหืดถุงลมโป่งพอง และโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเนื่องจากติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้

คำแนะนำผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ตรวจพบฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด หากจำเป็นต้องออกจากอาคารควรใส่หน้ากากอนามัย หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ หน้ากากอนามัยที่สวมใส่กันทั่วไป ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนได้ จึงต้องใช้ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ

หน้ากาก N95 หรือ ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ เป็นผ้าปิดปาก – ปิดจมูก ที่ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ โดยสามารถกรองอนุภาคขนาด 1 – 5 ไมครอน ได้อย่างน้อยร้อยละ 95 กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ใช้หน้ากาก N95 ป้องกันได้

การปฏิบัติเมื่อใช้ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ

  1. เปลี่ยนผ้าปิดปาก ปิดจมูกใหม่ทันที เมื่อมีรอยเปื้อนต่างๆ หรือชื้นแฉะ
  2. ให้ใช้เฉพาะบุคคล ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น
  3. ผ้าปิดจมูกที่เคยใช้ หากต้องการเก็บไว้ใช้ใหม่ ให้พิจารณาว่ามีการเปื้อนมากน้อยเพียงใด ทำความสะอาดได้หรือไม่ โดยเฉพาะด้านที่สัมผัสกับอากาศภายนอก รวมทั้งไม่หัก/พับ/งอ เนื่องจากทำให้เสียรูปทรง และเกิดรอยยับ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรคลดลง
  4. ล้างมือก่อนการสวมใส่ และหลังการถอดออกทุกครั้ง
  5. การไอ จาม หรือพูดคุยขณะสวมใส่ผ้าปิดปาก ปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ อาจทำให้อากาศภายนอกรั่วเข้าไปได้
  6. การสวมใส่ผ้าปิดปาก ปิดจมูกชนิดกรองพิเศษที่ไม่กระชับแนบสนิท มีผลต่อประสิทธิภาพของการกรองเชื้อโรค

 ผู้อ่านทุกท่านเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นควัน เช่น

  • ลดการใช้พาหนะส่วนตัว ดับเครื่องยนต์เมื่อจอด รวมทั้งดูแลรักษาและปรับแต่งเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดี
  • ลดการเผาขยะเศษวัสดุในที่โล่งแจ้ง
  • ลดการจุดธูปในพิธีกรรมต่างๆ
  • ลดการฟุ้งกระจายวัสดุก่อสร้าง  หิน ดิน ทราย  หรือฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างอาคารและถนนในสถานที่ก่อสร้าง
  • การป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากรถบรรทุก โดยใช้ผ้าใบหรือวัสดุคลุมรถให้มิดชิดและทำความสะอาดล้อรถบรรทุก

ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกท่านนั่นเอง

(บทความในวารสารข่าวทหารบก โดย กรมแพทย์ทหารบก)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 1 2 3

อัลบั้มภาพ