คำแนะนำ

img

Lets Get Running มาวิ่งกันเถอะ

กุญแจสู่ความสำเร็จในการวิ่ง

ตรวจร่างกาย: หากคุณอายุมากกว่า 40 ปี มีค่าดัชนีมวลกาย 35 หรือสูงกว่า หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มต้นการวิ่งจริงๆจังๆ

ใส่ใจกับรองเท้า: การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บในการวิ่ง ลงทุนสักนิดกับรองเท้าวิ่งคู่ใจ แม้จริงๆแล้วคงไม่มีรองเท้าวิเศษที่ทำให้วิ่งได้ดีขึ้น แต่รองเท้าแย่ๆจะทำลายการวิ่งของคุณ นอกจากนี้ถุงเท้ายังช่วยลดอาการพองที่เท้าได้

สร้างความพร้อม: ควรใช้เวลา 15 นาที หลังอาหารกลางวันเดินตามทางเดินในสำนักงาน ตั้งนาฬิกาปลุกทุกชั่วโมงเพื่อเตือนให้ลุกจากเก้าอี้เพื่อยืดเส้นยืดสาย เป็นกิจวัตร

เล็งโลเคชั่นเหมาะๆ: ทำแผนที่เส้นทางที่ปลอดภัยสวยงามและไร้การจราจรซึ่งคุณสามารถครอบคลุมในสภาพอากาศและช่วงเวลาต่างๆของวัน

หาสปีดประจำตัว: เมื่อเริ่มวิ่ง เคล็ดลับสำคัญคือการมีความเร็วที่สม่ำเสมอเพียงพอ ที่จะสร้างความแข็งแกร่งและความอดทน แต่ไม่เร็วเกินจนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นการฝึกง่ายๆคือการหาความเร็วที่สามารถวิ่งได้อย่างต่อเนื่องสัก 30 นาที การเพิ่มความเร็ว หรือสร้างความอดทน เป็นเรื่องที่ตามมาภายหลัง

ยืดหยุ่น: คุณสามารถแบ่งการออกกำลังกายออก เป็นสองหรือสามครั้งในตอนแรก จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกาย 10 นาทีสามครั้ง สามารถช่วยสร้างสุขภาพที่ดีพอๆกับกับการออกกำลังกายรวดเดียวครึ่งชั่วโมง

สะสมระยะทาง: ไม่ว่าจะใช้สมุดและปากกา หรือเพิ่มความไฮเทคด้วยอุปกรณ์ GPS ทั้งหลายที่ปัจจุบันราคาไม่แพง การบันทึกระยะในการวิ่งและเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะยิ่งสร้างความมั่นใจได้

วัดชีพจร: ลงวัดชีพจรในช่วงที่ร่างกายได้พัก เช่นตื่นเช้าหรือก่อนนอน ยิ่งฟิตขึ้นเท่าไหร่ คุณจะได้รับแรงบันดาลใจจากการเห็นชีพจรเต้นช้าลง นั่นสะท้อนว่าว่าร่างกายของคุณตอบสนองต่อการฝึกซ้อม

อดทนไว้: การเปลี่ยนแปลงดีๆมากมายที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณ อาจจะยังไม่ปรากฏให้เห็นแบบทันทีทันควัน ในกระจกหรือบนตาชั่ง อย่าเพิ่งท้อหรือถอดใจ เชื่อไว้เสมอว่าการลดน้ำหนักจะเกิดขึ้นแน่ เพียงแต่ร่างกายต้องการเวลาปรับสภาพกล้ามเนื้อสักนิด

เรียบเรียงจาก : How to start running today

อัลบั้มภาพ