คำแนะนำ

img

ป้องกันโรคไฟต์บังคับ รับเปิดเทอม

อินโฟกราฟฟิค ป้องกันโรคไฟต์บังคับ รับเปิดเทอม ท้ายบทความ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง เรียงตามลำดับเหตุการณ์ 1

โรคที่พบบ่อยช่วงปิดภาคเรียน

โรคมือเท้าปาก

เป็นโรคติดต่อจากกลุ่มเชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัส (enterovirus) แพร่ระบาดได้เกือบทั้งปี แต่ที่พบมากคือในช่วงหน้าฝน หรือเปิดเทอมใหญ่ของเด็ก ๆ  โรคมือเท้าปาก ติดต่อกันได้จากการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ละอองจากการไอจาม แผล หรืออุจจาระ

อาการของโรคมือเท้าปากมีตั้งแต่ มีไข้ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร แต่ลักษณะที่สำคัญคือมีผื่นหรือจุดแดงขึ้นเฉพาะบริเวณมือ เท้า ปาก โดยจุดแดงๆที่ขึ้นอาจจะกลายเป็นตุ่มน้ำได้ แต่ไม่มีอาการคัน และผื่นแดงหรือตุ่มน้ำที่ขึ้นมักหายไปเองภายใน 10 วัน รวมถึงอาการไข้ที่มักหายภายใน 3 – 4 วัน

โรคมือเท้าปากไม่มียารักษาเฉพาะ ควรดูแลรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ พาราเซตามอล เป็นครั้งคราวเวลา มีไข้สูงห้ามให้ aspirin ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยสังเกตดูว่ามีปัสสาวะออกมากและใส จึงถือว่าได้รับน้ำเพียงพอ ในช่วงที่มีแผลในปาก อาจให้เด็กทานอาหารเหลว เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด นม โดยใช้ช้อนป้อนหรือใช้กระบอกฉีดยา ค่อยๆ หยอดเข้าปาก ไม่ควรให้เด็ก (โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ  โดยเฝ้าติดตามอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากเชื้อ อีวี 71(EV 71) ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคตาแดง

โรคตาแดง หรือในทางการแพทย์เรียกว่า “โรคเยื่อตาขาวอักเสบ” เป็นการอักเสบของชั้นเนื้อเยื่อใสที่คลุมอยู่บนตาขาว จนเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนหรือแดงจัด ติดต่อโดยการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วยตาแดง เช่น น้ำตา ขี้ตาที่ติดอยู่ตามสิ่งของ พื้นผิวต่างๆ หรือในน้ำ แล้วมาสัมผัสที่ตา หรือใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แว่นตา เครื่องสำอาง,การเล่นน้ำในที่ท่วมขังและสกปรก หรือจากพาหะนำโรค เช่น แมลงหวี่ แมลงวัน นำมาสู่ตาของเรา

สาเหตุของโรคตาแดง เกิดได้จากทั้งเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย โรคภูมิแพ้ และสาเหตุอื่นๆ อาการของโรคตาแดง ได้แก่ เยื่อตาสีแดง น้ำตาไหล ปวดตา แสบตา แพ้แสง เคืองตา คันตา มีขี้ตา บางรายอาจพบมีเยื่อตาบวมหรือจุดเลือดออกที่ใต้เยื่อตา อาจเป็นข้างเดียว สองข้าง หรือเป็นข้างใดข้างหนึ่งนำมาก่อน

โดยมากโรคตาแดงมักหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยควรหยุดเรียนอย่างน้อย 3 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค พักผ่อน และพักการใช้สายตา ทั้งนี้สามารถป้องกันได้โดย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่ง หรือของที่ปนเปื้อนสิ่งคัดหลั่ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังหรือน้ำสกปรก ระวังไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าตา หากสัมผัสแล้ว ให้รีบทำความสะอาดบริเวณนั้นทันที ไม่ใช้มือขยี้ตา และไม่ควรใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่น

ไข้หวัด

ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีอยู่มากกว่า 200 สายพันธุ์ของกลุ่มไวรัสต่างๆ พบได้ทุกฤดูกาล แต่ช่วงเปิดเทอมในโรงเรียน เด็ก ๆ มารวมกันมาก ๆ มีโอกาสเกิดไข้หวัดติดต่อกันเพิ่มขึ้น เชื้อไวรัสไข้หวัดมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วย จึงสามารถติดต่อจากคนหนึ่ง ไปยังอีกคนหนึ่งได้รวดเร็ว โดย การหายใจเอาเชื้อโรค ที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป ซึ่งมาจากการไอหรือจามของผู้ป่วย การสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือ เสมหะของผู้ป่วย และสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อหวัด เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ โทรศัพท์ ปากกา เป็นต้น แล้วใช้มือขยี้ตา แคะจมูก หรือเข้าปาก

ไข้หวัด จะมีอาการคอแห้งและคันคอ คัดจมูก มีน้ำมูกใส จาม และไอ อาจมีหรือไม่มีเสมหะ บางครั้งอาการไออาจนาน 2-3 สัปดาห์ แม้ไข้หวัดจะไม่มียารักษา แต่สามารถหายได้เอง ควรดูแลรักษาตามอาการ ให้ยาแก้ไอ ยาลดไข้ เช็ดตัวเมื่อมีไข้ แต่หากมีไข้สูง ซึม อ่อนเพลียมาก ควรพาไปพบแพทย์

ไข้หวัด ป้องกันได้ตั้งแต่ที่บ้าน โดยการทำความสะอาดอุปกรณ์ ของเล่น ทุกครั้งหลังใช้งาน หากมีคนใกล้ชิดเป็นไข้หวัดก็ไม่ควรให้คลุกคลีกับเด็ก ปลูกฝังให้ล้างมือบ่อย ๆ ก่อนทานอาหาร หรือหยิบของเข้าปาก ส่วนในโรงเรียน ควรป้องกันการลุกลามจากเด็กคนหนึ่งไปยังเด็กคนอื่นๆในห้อง โดยเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และทำความสะอาดเครื่องเล่นและของเล่นอย่างน้อย สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

โรคเหา

โรคเหาเกิดจากเชื้อเหา ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะมนุษย์ คอยดูดเลือดและวางไข่ การติดโรคเหาส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการอยู่ใกล้ชิดคนที่ติดเหา โดยโรคเหาสามารถติดต่อกันได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัย แต่ไม่สามารถติดจากสัตว์ได้ อาการของโรคเหาที่สำคัญคืออาการคัน และอาจรู้สึกคล้ายมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่บนหนังศีรษะ อาการของโรคเหาจะไม่สร้างความเจ็บปวด ยกเว้นกรณีที่เกาจนกลายเป็นแผลและติดเชื้อจนทำให้อักเสบ หากมีอาการรุนแรงก็อาจทำให้ผมร่วม หรือหนังศีรษะคล้ำลงจากการติดเชื้อ

โรคเหาสามารถรักษา ตั้งแต่การใช้หวีเสนียดสางผม ไปจนถึงการใช้ยา พวกเพอร์เมทริน ไพรีทริน หรือมาลาไทออน โดยสามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกัน การป้องกันโรคเหาอาจทำได้ค่อนข้างยาก ควรใช้วิธีหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคเหา จะช่วยลดโอกาสเป็นเหาได้

เรียบเรียงจาก

Back to school sickness: Lice, Pink Eye and other illnesses to watch out for 

4 Common back-to-school illnesses and health conditions

Preparing fo 5 common illnesses caught at school

 

อัลบั้มภาพ