คำแนะนำ

img

ตาดีได้

(อินโฟกราฟฟิค ตาดีได้ ท้ายบทความ)

ในบรรดาประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ สัมผัสไหนที่คุณกลัวการสูญเสียมากที่สุด? ถ้าคุณคิดเหมือนชาวโลกส่วนใหญ่ คำตอบของคุณคงเป็นความสามารถในการมองเห็น เพราะสายตาของเรามีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่มักจะมีความเชื่อต่างๆ มากมายเกี่ยวกับสุขภาพดวงตา ที่จริงๆแล้ว อาจจะกลายเป็นการทำร้ายดวงตาของเรา วันนี้เรามีความเชื่อและข้อเท็จจริงของวิธีปฏิบัติเพื่อการมีสายตาที่ดีมาเสนอ

ความเชื่อ : การบริหารดวงตา จะช่วยชะลอการตัดแว่นสายตาได้?

ความจริง: การบริหารดวงตา ไม่สามารถช่วยรักษาสายตา หรือลดโอกาสการสวมแว่นสายตา เพราะปัจจัยที่มีผลต่อสายตา เช่น ลักษณะของลุกตา สภาพของเนื้อเยื่อ พบว่าไม่สัมพันธ์ กับการบริหารดวงตา ทั้งนี้ จักษุแพทย์อาจแนะนำการบริหารดวงตา ในกรณีที่ผู้ป่วยอาจเกิดอาการเมื่อล้าทางสายตา (eye strain) เท่านั้น

ความเชื่อ : การอ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสลัว จะทำให้สายตาของคุณแย่ลง

ความจริง: แสงสลัวจะไม่ทำลายสายตาและสุขภาพดวงตาของคุณ อย่างไรก็ดี มันจะทำให้ดวงตาของคุณเกิดการเมื่อล้าเร็วขึ้น วิธีที่ดีที่สุดในการวางตำแหน่งของไฟอ่านหนังสือ คือให้ไฟส่องไปที่หนังสือโดยตรง ไม่ใช่จากด้านหลังของคุณ โคมไฟตั้งโต๊ะที่มีโคมบังไฟที่ค่อนข้างทึบแสง และส่องตรงไปยังสิ่งที่คุณอ่านโดยตรง คือคำตอบที่ถูกต้อง

ตำนาน: ฟักทองและแครอท คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับดวงตา

ความจริง: แน่นอนว่า ฟักทองและแครอทซึ่งอุดมด้วยวิตามินเอเป็นสิ่งที่ดีต่อดวงตา แต่ผลไม้สดและผักใบเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้นเช่น วิตามินซี และ อี นั้นดีต่อสุขภาพตาของคุณมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยปกป้องดวงตาจากต้อกระจก และชะลอการเสื่อมสภาพตามวัย แต่อย่าคาดหวังถึงขนาดว่ามันจะป้องกัน หรือแก้ไขการมีสายตาสั้นหรือยาวได้

ความเชื่อ: ขณะใช้แว่นสายตาหากมีการถอดบ้าง จะช่วยให้ดวงตาได้ผ่อนคลาย

ความจริง: ควรสวมแว่นตาหรือใส่คอนแทคเลนส์ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เพื่อมองไกลหรืออ่านหนังสือ การไม่สวมหรือใส่มันจะทำให้ตาของคุณเกิดการเมื่อยล้ามากกว่าจะได้พัก แม้จะไม่มีผลถึงขั้นทำให้สายตาของคุณแย่ลง หรือนำไปสู่โรคทางตาอื่นๆ ก็ตาม

ตำนาน: การจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน อันตรายต่อดวงตา

ข้อเท็จจริง: การใช้คอมพิวเตอร์ไม่มีผลทำให้สุขภาพตาของคุณเสียหายโดยตรง อย่างไรก็ดี การจ้องมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวันสามารถทำให้เกิดอาการปวดตาหรือตาล้า เพราะคนที่จ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมักจะไม่กระพริบตาบ่อยเหมือนปกติซึ่งอาจทำให้ดวงตาแห้ง เพื่อช่วยป้องกันอาการปวดตา ควรปรับแสงเพื่อไม่ให้เกิดแสงสะท้อนที่รุนแรงบนหน้าจอ พักสายตาสั้นๆ ทุกๆ 20 นาที และคอยเตือนตัวเองให้กะพริบตาเป็นปกติ จะช่วยให้ดวงตามีความหล่อลื่นที่ดี

ที่มา : 5 truths about protecting your eyes, Havard Medical School

อัลบั้มภาพ